(บทความ) งานฐานรากอาคาร

(บทความ) เหล็กปลอกเสา-คาน
June 7, 2017
(บทความ) เสาเอ็น-ทับหลัง : เรื่องของงานก่อผนังที่หลายคนอาจยังไม่รู้
June 13, 2017

งานฐานรากอาคาร

ฐานราก เป็นส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดโครงสร้างบ้านและอาคารขนาดใหญ่ต่างๆ ที่แข็งแรงทั้งหลัง ดังนั้นฐานรากจึงเป็นส่วนที่สำคัญมากๆสำหรับโครงสร้างของอาคาร เรามาทำความรู้จักกับงานฐานรากกันครับ

สำหรับใครที่กำลังคิดจะสร้างบ้าน และอาจเคยได้ยินคำว่า “งานฐานราก” มาบ้างแล้วจากวิศวกรหรือผู้รับเหมางานก่อสร้าง แต่ไม่มีความเข้าใจว่ามันคืออะไร และมีหน้าที่ มีความสำคัญต่อตัวอาคารบ้านเรือนอย่างไร วันนี้เราจะได้มาทำความเข้าใจกันครับ

 

ฐานราก คืออะไร ???

ฐานราก คือฐานเริ่มของการก่อสร้างบ้าน เพื่อใช้เป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักของตัวบ้านทั้งหลังเอาไว้ โดยฐานรากจะถูกฝังอยู่ใต้ดิน ทำหน้าที่รับน้ำหนักจากโครงสร้างทั้งหมด แล้วถ่ายน้ำหนักลงสู่เสาเข็ม หรือดินโดยตรง คุณสมบัติของดินที่รองรับฐานรากควรมีความสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกได้โดยไม่เกิดการเคลื่อนตัว หรือพังทลายของดินใต้ฐานราก และต้องไม่เกิดการทรุดตัวลงมาก จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่โครงสร้าง ซึ่งในงานวิศวกรรม สามารถแบ่งฐานรากออกเป็นประเภทต่างๆได้ดังนี้

1. ฐานรากลึกหรือแบบมีเสาเข็มรองรับ การวางฐานรากของบ้านด้วยการตอกเสาเข็มลงลึกไปในชั้นดิน นิยมใช้กับดินเนื้ออ่อน ๆ ซึ่งไม่สามารถรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้านได้ จุดเด่นของฐานรากแบบเสาเข็ม จะเป็นฐานรากแบบลึก ที่นิยมใช้กันในปัจจุบันคือเสาเข็มคอนกรีต หรือเสาเข็มไม้สำหรับบ้านไม้

2. ฐานรากแบบแผ่ จะเป็นการวางฐานรากแบบตื้น นิยมใช้กับดินเนื้อแข็งที่มีความหนาแน่นพอจะรองรับน้ำหนักทั้งหมดของตัวบ้านได้ ทำให้ไม่ต้องใช้เสาเข็มช่วยในการรับน้ำหนัก โดยจะมีความลึกเพียง 2-3 เมตรเท่านั้น แต่ต้องมั่นใจว่าชั้นดินมีความแน่นอย่างเหมาะสม ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการทรุดตัวได้

3. ฐานรากแบบตอม่อ จะเป็นการทำฐานคอนกรีตแบบตอม่อหล่อลึกลงไปในดินหรือน้ำ โดยจะมีความแข็งแรงค่อนข้างมาก นิยมใช้สำหรับงานอาคารขนาดใหญ่ที่มีความสูงมากๆ แต่ไม่นิยมใช้ในการสร้างบ้านพักอาศัย

ในการเลือกฐานรากว่าแบบไหนเหมาะกับโครงสร้าง ให้ดูจากคุณภาพของชั้นดินเป็นหลัก โดยฐานรากแบบแผ่จะเหมาะกับดินแน่น ๆ ที่มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดอาการทรุดตัว ส่วนดินเนื้ออ่อนจำเป็นต้องใช้เสาเข็มเพื่อช่วยรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้าน โดยจะต้องตอกเสาเข็มลงไปให้ลึกถึงชั้นดินแข็ง และต้องใช้ความชำนาญเป็นสำคัญ ส่วนจำนวนเสาเข็มที่ต้องใช้ในการทำฐานรากของแต่ละบ้าน รวมไปถึงขนาด ประเภท และความลึกของเสาเข็ม ก็ต้องให้วิศวกรเป็นผู้คิดคำนวณให้ตามหลักวิศวกรรม เพื่อความปลอดภัย และไม่เกิดอันตรายจากเหตุบ้านทรุดหรือพังถล่มในภายหลัง

 

ขนาดของฐานราก

ขนาดของฐานรากที่มีเสาเข็ม มีความจำเป็นที่จะต้องให้วิศวกรคำนวณให้ ส่วนในงานฐานรากแบบแผ่ก็ยังต้องให้วิศวกรคำนวณด้วยเช่นกัน แต่เราก็มีหลักการง่ายๆ พอเป็นพื้นฐานให้ได้รู้กัน เพื่อให้ได้ศึกษา และพูดคุยกันช่างผู้รับเหมางานก่อสร้างได้รู้เรื่อง โดยขนาดของฐานรากแบบแผ่นั้น จะอาศัยวิศวกรคำนวณและแบ่งชนิดของดินในแต่ละพื้นที่เป็นเกณฑ์ ดังนี้

1. กรุงเทพฯ หรือพื้นที่ดินอ่อน ที่อยากจะใช้ฐานแผ่ 2 ตันต่อตารางเมตร

2. ภาคกลาง, ภาคเหนือ และภาคอีสาน 8 ตันต่อตารางเมตร

3. ภาคตะวันออก ชลบุรี, ระยอง ภาคใต้ ใช้ 10 ตันต่อตารางเมตร

4. โซนใกล้ภูเขา มองเห็นภูเขา ใกล้ทะเล ใช้ 12 ตันต่อตารางเมตร

 

ปัจจัยที่มีผลต่อความมั่นคงแข็งแรงของฐานราก

1. ความแข็งแรงของตัวฐานรากเอง ซึ่งหมายถึงโครงสร้างส่วนที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก
2. ความสามารถในการแบกรับน้ำหนักของดินใต้ฐานราก
3. การทรุดตัวของดินใต้ฐานราก ควรเกิดขึ้นได้น้อยและใกล้เคียงกันทุกฐานราก

 

เหล็กสำหรับงานฐานราก

งานฐานรากของอาคาร จำเป็นต้องดัดเหล็กเส้นกลมและข้ออ้อยขนาดใหญ่ตั้งแต่ 12 มม. ขึ้นไปเป็นอย่างน้อย เพื่อมาทำเป็นโครงสร้างเหล็กฐานรากก่อนที่จะหล่อคอนกรีต เป็นงานคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อความแข็งแรงของตัวอาคารบ้านเรือน ซึ่งในสมัยก่อน การดัดเหล็กจำเป็นต้องอาศัยแรงคนในการดัด ซึ่งใช้เวลานานและมุมองศาก็ไม่สม่ำเสมอกันเป็นมาตรฐาน แต่ในปัจจุบันเราได้มีเครื่องดัดเหล็กที่สามารถดัดเหล็กได้อย่างรวดเร็ว และได้องศาที่เป็นมาตรฐานตรงกันทุกเส้น ซึ่งเครื่องดัดเหล็กนี้สามารถปรับมุมองศาได้ตามต้องการ

เครื่องดัดเหล็กเส้นที่มีในปัจจุบัน ใช้สำหรับดัดเหล็กเส้นกลม เหล็กข้ออ้อย ตั้งแต่ขนาด 6 มม. ไปจนถึงขนาด 42 มม. ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิค การทำงานทำได้อย่างนิ่มนวล เสียงไม่ดังรบกวนพื้นที่ข้างเคียง มีความแข็งแรงทนทานต่องานหนัก ทำงานติดต่อกันได้อย่างราบรื่นทั้งวัน

ขอบคุณแหล่งที่มาดีๆจากหนังสือและเว็บไซต์ต่างๆ…

.

คลิกเพื่อไปหน้า รวมสินค้าประเภทเหล็ก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *