(บทความ) การทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง

(บทความ) ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเหล็กปลอก
August 28, 2018
(บทความ) เครื่องสับย่อยไม้ อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเผาไม้
October 18, 2018
ปุ๋ยอินทรีย์

การทำปุ๋ยอินทรีย์

การทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง

เชื่อว่าหลายๆคนที่ชอบทานผักและสายคลีน สายรักสุขภาพ ก็คงอยากได้ผักที่ปลอดสารเคมีมารับประทานกันอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่มั่นใจว่าผักที่เราซื้อมานั้นปลอดสารพิษไหมก็ไม่รู้ บางที่ถึงแม้จะไม่ได้ใส่ยาฆ่าแมลง แต่ปุ๋ยที่ใส่ก็อาจจะเป็นปุ๋ยเคมี ซึ่งตัวเราเองก็กังวลอีกว่าจะมีสารตกค้างหรือไม่ และสารที่ตกค้างนั้นจะเป็นอันตรายต่อร่างกายมากน้อยแค่ไหน บทความนี้จึงนำวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองมานำเสนอ เผื่อเอาไว้สำหรับผู้ที่มีความชื่นชอบการทำสวนและปลูกผักได้มีอะไรใหม่ๆได้ทำกัน

ในปัจจุบันนี้ คนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านที่มีพื้นที่ มีบริเวณสวนจำนวนหนึ่ง ก็เริ่มหันมาทำกิจกรรมยามว่างด้วยการปลูกผักในสวนหน้าบ้านหรือหลังบ้านกันบ้างแล้ว ในวันนี้แอดมินจึงขอแบ่งปันข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการทำปุ๋ยอินทรีย์สำหรับใช้ในงานเกษตร เพื่อให้คนรักสุขภาพมั่นใจได้เลยว่าปุ๋ยที่เราใช้ในการบำรุงพืชผักของเรานั้นจะปลอดภัย ไร้สารเคมีแน่นอน แล้วยังสามารถทำเป็นกิจกรรมยามว่างกันในครอบครัว หรือ ชุมชนเพื่อสร้างรายได้เสริมได้อีกช่องทางหนึ่งด้วย

อันดับแรกเลย เราต้องมาทำความรู้จักกันก่อนเลยว่าปุ๋ยอินทรีย์นั้นคืออะไร มีส่วนประกอบของอะไรบ้าง เพราะเหตุใด ทำไมเราปุ๋ยอินทรีย์ถึงปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเรา

ปุ๋ยอินทรีย์ คือ ปุ๋ยที่ทำมาจากวัสดุที่มาจากธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการผสมผสานทางเคมีที่มีการปรุงแต่งขึ้นมาในภายหลัง เกิดจากสิ่งต่างๆจากธรรมชาติล้วนๆ สิ่งเหล่านั้นเรียกว่า อินทรียวัตถุ ซึ่งมีธาตุอาหารต่างๆที่เป็นประโยชน์และมีความจำเป็นต่อการเติบโตของพืช เช่น ขี้วัว ขี้ไก่ ขี้ค้างคาว ซากต้นไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ กรดอะมิโน และแร่ธาตุต่าง ๆ แล้วนำมาบด เติมจุลินทรีย์ มีการบ่ม หมัก ตากแดด กลับผิวกอง จนย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ย เพื่อนำมาใช้สำหรับบำรุงดูแลพืชให้เจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษ

แร่ธาตุหลักๆ ที่มีความจำเป็นสำหรับการเติบโตของพืช ได้แก่

  1. ไนโตรเจน (N)

  2. ฟอสฟอรัส (P)

  3. โพแทสเซียม (K)

แร่ธาตุรองๆ ที่มีความจำเป็นและพืชมีความต้องการน้อย ได้แก่

  1. แคลเซียม (Ca)

  2. แม็กนีเซียม (Mg)

  3. กำมะถัน (S)

และแร่ธาตุอื่นๆ ซึ่งเป็นตัวเสริมสำหรับการเติบโตของพืช ที่มีความจำเป็นน้อย แต่พืชก็ขาดไม่ได้ ได้แก่

  1. เหล็ก (Fe)

  2. แมงกานีส (Mn)

  3. โบรอน (B)

  4. โมลิบดินัม (Mo)

  5. ทองแดง (Cu)

  6. สังกะสี (Zn)

  7. คลอรีน (Cl)

ข้อดีของปุ๋ยอินทรีย์ ที่มีลักษณะเด่นๆที่ปุ๋ยเคมีไม่มี คือ ปุ๋ยอินทรีย์มีอินทรีย์วัตถุ มีธาตุอาหารรอง และจุลธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อจุลินทรีย์ของพืชและดิน ที่ปุ๋ยเคมีนั้นไม่มี ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยให้ดินมีโครงสร้างโปร่ง ร่วนซุย อ่อนนุ่ม อุ้มน้ำได้ดี ปุ๋ยอินทรีย์เมื่อใช้กับพื้นดินพื้นที่นั้นไปนานๆ ก็ยังรักษาสภาพดินให้เป็นกลางได้อยู่ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และเพิ่มสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ทำให้ดินเป็นกรดและแปรสภาพเป็นสารเคมีที่ทำลายคุณภาพของดิน แต่ข้อด้อยของปุ๋ยอินทรีย์ที่สู้ปุ๋ยเคมีไม่ได้ก็คือ แร่ธาตุหลักที่พืชต้องการ เวลาใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อบำรุงพืช จึงต้องใส่ให้มากกว่าปกติ พืชจึงจะได้รับแร่ธาตุหลักเท่ากับปุ๋ยเคมี

ปุ๋ยอินทรีย์ มีหลักๆอยู่ 4 ชนิด ได้แก่ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพืชสด และ ปุ๋ยชีวภาพ และสามารถจัดรูปแบบให้อยู่ในรูปแบบของเม็ด ผง และ ทำเป็นน้ำได้ แต่โดยส่วนมากจะนิยมทำเป็นเม็ด เพราะสะดวกต่อการเก็บรักษาและการนำไปใช้งานนั่นเอง

 

ทีนี้… เรามาดูส่วนผสมของปุ๋ยอินทรีย์กัน

1. มูลสัตว์หรือปุ๋ยคอก

2. อินทรียวัตถุ (ใบไม้ หญ้า ฟาง หรืออื่นๆ ตามแต่สูตร)

3. รำ (หาซื้อได้ทั่วไป หรือขอซื้อจากโรงสีข้าว)

4. น้ำ

 

วิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์

1. ผสมอินทรียวัตถุเข้ากับมูลสัตว์หรือปุ๋ยคอก คลุกเคล้าให้เข้ากัน

2. โรยรำเข้าไปในขณะที่ผสม

3. ตามด้วยผสมน้ำเข้าไปในขณะที่ผสม โดยให้เพียงแค่ชื้นพอ ไม่ถึงกับต้องให้แฉะ แล้วคลุกเคล้าไปเรื่อยๆให้เข้ากัน

4. เมื่อผสมทุกอย่างเข้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดคลุมดินทิ้งไว้ ประมาณ 3 สัปดาห์ หลังจากครบกำหนดแล้วให้กลับกองปุ๋ย แล้วทิ้งไว้อีก 3 สัปดาห์

5. นำปุ๋ยเข้ามาพักในไว้ในที่ร่ม เพื่อคลายความร้อนออกจากปุ๋ย เมื่อความร้อนออกจากปุ๋ยหมดแล้ว ก็สามารถนำปุ๋ยไปใช้ได้เลย

เป็นอย่างไรบ้างกับการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้เอง… ที่เมื่อเรารู้แล้ว ก็รู้สึกว่าง่ายกว่าที่เราเคยคิดกันไว้แต่แรกตั้งมากมาย ขอเพียงมีพื้นที่เพียงพอก็สามารถทำได้แล้ว และเราสามารถปรับเปลี่ยนสูตรได้เสมอ ขึ้นอยู่กับอินทรียวัตถุที่เราหาได้ ตามความเหมาะสม ซึ่งแต่ละสูตรนั้นก็จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป… แต่สัดส่วนการผสมโดยหลักๆแล้วนั้นก็ให้อิงสัดส่วนตามนี้ไว้เป็นแนวทางก็ได้

แต่ถ้าหากจะใช้เป็นกิจกรรมสำหรับชุมชนหรือเพื่อประกอบเป็นธุรกิจ จะต้องมีพื้นที่ที่มากขึ้น รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยและช่วยเบาแรงลงไปเข้ามาช่วยเสริม ก็จะทำให้การผลิตนั้นสะดวกสบาย มีคุณภาพ และมีปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งทางเพจก็มีเครื่องจักรมาแนะนำ คือ

1. เครื่องบดย่อย ใช้สำหรับย่อยอินทรียวัตถุต่างๆที่มีความแข็งและเหนียวมากๆ เช่น กิ่งไม้ต่างๆ หญ้าชนิดต่างๆ รวมไปถึงต้นพืชต่างๆจำพวก ต้นข้าวโพด กาบมะพร้าว หรืออื่นๆอีก เป็นต้น

2. เครื่องผสม ใช้สำหรับคลุกเคล้าผสมวัตถุดิบต่างๆให้เข้ากัน มีทั้งเครื่องผสมขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่ที่ใช้กันทั่วๆไป ไปจนถึงเครื่องผสมขนาดใหญ่พิเศษที่สั่งผลิตให้เป็นพิเศษได้เลย

3. เครื่องอัดเม็ดและจานปั้นเม็ด สำหรับต้องการผลิตปุ๋ยให้เป็นเม็ด ซึ่งหากไม่ต้องการผลิตเป็นเม็ด ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องนี้

เครื่องอัดเม็ด

เครื่องผสมอเนกประสงค์

เครื่องบดย่อยไม้ รุ่น MA 104

เครื่องบดย่อยไม้ รุ่น MA 110

 

 

 

 

 

 

 

 

สำหรับเครื่องจักรของทางร้านเรานั้น เรามีอยู่หลายรุ่น หลายขนาด ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นก็มีความสามารถที่เหมาะสมกับงานแต่ละชนิดและกำลังการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งสำหรับในบทความนี้ จะขอพูดถึงเฉพาะกับเครื่องที่เหมาะสำหรับการนำมาผลิตปุ๋ยอินทรีย์กันก่อน

เริ่มจากเครื่องบดย่อยกันก่อน…

.

1. เครื่องบดย่อยไม้ รุ่น MA 104

เครื่องบดย่อยไม้ รุ่น MA 104 (รุ่นธรรมดา) เครื่องรุ่นนี้เป็นเครื่องที่มีความสามารถในการทำงานสูงมากเมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายออกไปเพื่อซื้อ เพราะเครื่องนี้สามารถบดย่อยไม้ขนาดใหญ่ตั้งแต่ 1″ – 5″ ได้เลย รวมถึงสามารถใส่ลูกมะพร้าวเข้าไปทั้งลูก เพื่อย่อยลูกมะพร้าวให้ละเอียดได้เลย พร้อมกันนั้นเครื่องก็จะทำการแยกขุยมะพร้าวและเส้นใยมะพร้าวออกจากกันให้ด้วย โดยออกช่องทางที่ 2 ซึ่งเป็นคนละช่องทางกับเศษไม้และขุยมะพร้าว ซึ่งเครื่องนี้ถูกยกให้เป็นเครื่องต้นแบบของกรมวิชาการ เป็นเครื่องรุ่นที่มีคนนิยมใช้มาก (คลิกเพื่อดูข้อมูลเครื่องจักร)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *